เกี่ยวกับธีระธรฌ์คลินิก บทความน่ารู้จากคุณหมอกันน์ บทความน่ารู้จากคุณหมอกันน์ (คลิ๊ก) การดูแลตนเองก่อน-หลังผ่าตัดศัลยกรรม

By Dr.Gunn

การเตรียมตัวและข้อห้ามก่อนการผ่าตัดศัลยกรรม  (ดูคลิป) ด้านล่าง

ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดศัลยกรรม ควรทราบวิธีการดูแลตนเองก่อนและหลังการผ่าตัด เพื่อลดความวิตกกังวลและป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดศัลยกรรม รวมทั้งช่วยให้คนไข้กลับคืนสู่สภาพปกติได้เร็วขึ้นครับ

1 งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แอลกอฮอลล์อย่างน้อย 5 วัน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและอาการบวมที่ยาวนานกว่าปกติ (กรณีผ่าตัดใหญ่ให้งดบุหรี่หลังผ่าตัด 1 เดือน)

2 งดยากลุ่มแอสไพริน (aspirin) หรือไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) เช่น ยารักษาโรคไซนัส ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของยาดังกล่าว อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อลดอาการฟกช้ำจากปัญหาเลือดคั่งหลังการผ่าตัด หากจำเป็นให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการแก้ปวดเท่านั้น

3 งดยา สมุนไพร และอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามิน E และ C อย่างน้อย 10 วัน เนื่องจากทำให้เลือดหลุดไหลยาก และเป็นอุปสรรคในการทำผ่าตัด เช่น ผงชูรส กระเทียม หัวหอม ถั่วเหลือง อีฟนิงพริมโรส ยาลดความอ้วน ยาต้านอาการซึมเศร้า อัลมอนด์ แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลเบอรี่ แตงกวา ขิง มะเขือเทศ

4 แจ้งประวัติการแพ้ยา อาหารเสริมที่รับประทานอยู่ และโรคประจำตัว

5 งดอาหารก่อนผ่าตัด 6 ชั่วโมง แต่สามารถดื่มน้ำได้ แต่กรณีที่ต้องใช้ยาสลบให้งดทั้งน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด

6 ในกรณีผ่าตัดใหญ่เช่น ทำหน้าอก ดูดไขมัน ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน

7 ลาหยุดประมาณ 4 วัน และควรมีคนมาเป็นเพื่อนด้วย เนื่องจากแพทย์จะให้ยานอนหลับทำให้มีอาการมึนเมาหลังจากฟื้นจากฤทธิ์ยา

8 หากคนไข้อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ให้นำบิดาหรือมารดามาเซ็นยินยอมอนุญาตให้บุตรเข้ารับการผ่าตัด ไม่สามารถให้พี่สาวหรือญาติมาเซ็นได้

การดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก

การดูแลตนเองหลังเข้ารับการผ่าตัด

การเสริมจมูก, แก้ไขจมูก, ตกแต่งทรงจมูก และการตัดปีกจมูก

1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบหน้าผาก ตา และข้างๆจมูก หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-14 วันแล้วจะค่อยๆยุบลง โดยช่วงหัวตาจะยุบช้าที่สุด ดังนั้นหากรู้สึกว่าหัวตาดูโตไม่ต้องกังวลค่ะ

2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมจนตาปิดช่วง 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ และช่วง 8 วันแรกยังไม่ต้องอารมณ์เสียกับรูปทรงจมูกเพราะอาการบวมยังมีมากอยู่จนไม่อาจทราบทรงจมูกที่แท้จริงได้ อาการบวมช้ำจะยาวนานแตกต่างกันไปในแต่ละรายช่วง 4-14 วัน ไม่ต้องวิตกกังวล

3 ห้ามแผลผ่าตัดโดนน้ำ 7 วัน ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 3-4 วันแรกให้ใช้กระดาษซับมัน หลังจากนั้นใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งบริเวณดั้งจมูก

4 ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงฝุ่นที่เป็นสาเหตุให้แพ้อากาศ หากมีน้ำมูกให้รีบทานยาแก้แพ้ทันที หลีกเลี่ยงการไอ จาม และสั่งน้ำมูก

5 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการแห้ยาให้หยุดทานยาแก้อักเสบ และสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)

6 วันที่ 4 หลังการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดจมูกออกได้โดยใช้น้ำอุ่นลูบเบาๆ

7 ในช่วง 3-4 วันแรกคนไข้อาจมีอาการน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆซึมออกมาจากแผล ให้ใช้คัตตอนบัดซับเบาๆ และแต้มเบตาดีนเบาๆในบริเวณที่มีน้ำเหลืองซึมออกมา ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี

8 หลังจากแผลผ่าตัดแห้งแล้วเท่านั้นจะสามารถใช้ยารักษาแผลเป็นได้

9 ในกรณีตัดปีกจมูก คนไข้ไม่ต้องตกใจหากแผลมีอาการแฉะ สามารถซับด้วยไม้พันสำลีชุบเบตาดีนได้ถ้าจำเป็น ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด (ไม่ควรทำบ่อย ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี)

10 ต้องมาตรวจซ้ำตามใบนัด หากมีอาการเอียงแพทย์จะสามารถใช้มือดัดแก้ไขให้ตรงได้ทันเวลา หากมีปัญหาแล้วไม่มาตามนัดอาจไม่สามารถแก้ไขได้ สำหรับคนไข้ที่แพทย์ไม่ได้ทำการตัดไหมให้อาจเป็นเพราะแผลยังไม่แห้งสนิท ดังนั้นหากรู้สึกรำคาญสามารถให้แพทย์ท่านอื่นตัดได้

11 รับประทานอาหารอ่อนๆในช่วง 3-4 วันแรก เพื่อหลีกเลี่ยงการกระแทกและขยับเขยื้อนของจมูก รวมไปถึงของหมักดอง อาหารรสจัด ของไม่สะอาดทั้งหลาย

 

 

การดูแลตัวเองหลังเสริมคาง (แผลนอก)

การดูแลตัวเองหลังเสริมคาง (แผลใน)

การเสริมคาง

1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบช่วงแก้ม หลีกเลี่ยงการประคบตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่ หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 วัน

2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมอย่างมากช่วง 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ และช่วง 8 วันแรกยังไม่ต้องอารมณ์เสียกับคางที่ใหญ่เกินไปเพราะยังมีอาการบวมอยู่

3 การผ่าตัดคางจะผ่าจากด้านในปาก ทำให้มีแผลในปาก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก ส่วนการทำความสะอาดให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าผสมน้ำยาบ้วนปากเจือจางช่วง 3-4 วันแรก

4 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการแห้ยาให้หยุดทานยาแก้อักเสบ และสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้ (Domperidone)

5 วันที่ 4 หลังการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออกได้โดยใช้น้ำอุ่นลูบเบาๆ

6 ต้องมาตรวจซ้ำตามใบนัดแพทย์ หากมีอาการเอียงแพทย์จะสามารถใช้มือดัดแก้ไขให้ตรงได้ทันเวลา แต่หากไม่มาอาจแก้ไขให้ไม่ได้ สำหรับคนไข้ที่แพทย์ไม่ได้ทำการตัดไหมให้อาจเป็นเพราะแผลยังไม่แห้งสนิท ดังนั้นหากรู้สึกรำคาญสามารถให้แพทย์ท่านอื่นตัดได้ครับ

 

การดูแลตัวเองหลังทำตาสองชั้น

การทำตาสองชั้น และการตัดถุงไขมันใต้ตา

1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบหน้าผาก รอบๆตา ใต้ตาและสันจมูก หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 วัน

2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมจนตาปิดหรือมีอาการฟกช้ำโดยรอบช่วง 3-7 วันแรกเป็นอาการปกติ และบางรายอาจมีอาการเลือดคั่งด้วยเช่นกันซึ่งสามารถให้แพทย์ดูดออกภายหลังได้

3 เมื่อพ้นระยะ 24 ชั่วโมงสามารถแกะผ้าปิดตาออกได้ ห้ามแผลโดนน้ำ 5-7 วัน ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 3-4 วันแรกให้ใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำเช็ดทั่วใบหน้าอย่าให้โดนแผลเด็ดขาด

4 ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงฝุ่นที่เป็นสาเหตุให้แพ้อากาศ หากมีน้ำมูกให้รีบทานยาแก้แพ้ทันที หลีกเลี่ยงการไอ จาม และสั่งน้ำมูก

5 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการแห้ยาให้หยุดทานยาแก้อักเสบ และสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)

6 ในช่วง 3-4 วันแรกคนไข้อาจมีอาการน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆซึมออกมาจากแผลให้ปล่อยไว้เฉยๆ แต่ถ้าทนไม่ไหวให้ใช้คัตตอนบัดชุบเบตาดีนซับเบาๆ ในบริเวณนั้นๆ ห้ามเช็ดหรือถูแผลเด็ดขาด หลังจากแผลผ่าตัดแห้งแล้วเท่านั้นจะสามารถใช้ยารักษาแผลเป็นได้ และแต่งหน้าได้หลังผ่าตัด 7-10 วัน หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ สวมแว่นตาหนักๆ ยกของหนัก การใช้สายตามากๆช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด

7 ไม่ต้องตกใจหากมีเลือดซึมจากแผลที่เปลือกตามาแห้งหรังทั่วบริเวณจำนวนมาก และห้ามแคะแกะเกา

8 มาตรวจซ้ำตามใบนัดแพทย์ หากมีอาการผิดปกติแพทย์จะสามารถแก้ไขให้ได้ทันท่วงที สำหรับคนไข้ที่แพทย์ไม่ได้ทำการตัดไหมให้อาจเป็นเพราะแผลยังไม่แห้งสนิท ดังนั้นหากรู้สึกรำคาญสามารถให้แพทย์ท่านอื่นตัดได้

การดูดไขมัน

การเตรียมตัวและข้อห้ามก่อนการผ่าตัด

1 งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แอลกอฮอลล์อย่างน้อย 5 วัน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและอาการบวมที่ยาวนานกว่าปกติ (กรณีผ่าตัดใหญ่ให้งดบุหรี่หลังผ่าตัด 1 เดือน)

2 งดยากลุ่มแอสไพริน (aspirin) หรือไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) เช่น ยารักษาโรคไซนัส ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของยาดังกล่าว อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อลดอาการฟกช้ำจากปัญหาเลือดคั่งหลังการผ่าตัด หากจำเป็นให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการแก้ปวดเท่านั้น

3 งดยา สมุนไพร และอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามิน E และ C อย่างน้อย 10 วัน เนื่องจากทำให้เลือดหลุดไหลยาก และเป็นอุปสรรคในการทำผ่าตัด เช่น ผงชูรส กระเทียม หัวหอม ถั่วเหลือง อีฟนิงพริมโรส ยาลดความอ้วน ยาต้านอาการซึมเศร้า อัลมอนด์ แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลเบอรี่ แตงกวา ขิง มะเขือเทศ

4 แจ้งประวัติการแพ้ยา อาหารเสริมที่รับประทานอยู่ และโรคประจำตัว

5 งดทั้งน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด

6 การทำหน้าอก ดูดไขมัน ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน

7 ลาหยุดประมาณ 4 วัน และควรมีเพื่อนดูแลตลอดคืน (admit 1 คืน)

8 หากคนไข้อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ให้นำบิดาหรือมารดามาเซ็นยินยอมอนุญาตให้บุตรเข้ารับการผ่าตัด

การดูแลตนเองหลังการดูดไขมัน

1 หลังการผ่าตัดในคนไข้บางรายจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเนื่องจากอาการแพ้ยาสลบ

2 ค้างคืนที่โรงพยาบาลหรือคลินิก 1-2 คืนกรุณาปฏิบัติตามคำแนะนำของพยาบาลอย่างเคร่งครัด

3 ในช่วง2-3วันแรกห้ามขยับตัวมาก ควรใช้วิธีการเช็ดตัวในการทำความสะอาดร่างกาย คนไข้ไม่ต้องตกใจหากมีน้ำหรือเลือดซึมออกมาจากแผล สามารถทำแผลเองด้วยการใช้เบตาดีนแต้มได้ สำหรับวันที่ 3 เป็นต้นไปแผลจะแห้งและสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ

4 ต้องพันผ้าที่แพทย์พันให้ตลอดเป็นเวลา 2 สัปดาห์

5 หลังแผลหายอาจมีผิวหนังเป็นคลื่นหรอมีไตแข็งๆ สามารถนวดในบริเวณดังกล่าว ซึ่งอาการจะดีขึ้นใน 3-6 เดือน

6 ประมาณ 3 สัปดาห์ อาการบวมช้ำจะมีอยู่เป็นเรื่องปกติไม่ต้องตกใจครับ

7 ต้องมาตรวจซ้ำตามใบนัด หากมีอาการเอียงแพทย์จะสามารถใช้มือดัดแก้ไขให้ตรงได้ทันเวลา หากมีปัญหาแล้วไม่มาตามนัดอาจไม่สามารถแก้ไขได้

การเสริมหน้าอกและลดขนาดหน้าอก

การเตรียมตัวและข้อห้ามก่อนการผ่าตัด

1 งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แอลกอฮอลล์อย่างน้อย 5 วัน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและอาการบวมที่ยาวนานกว่าปกติ (กรณีผ่าตัดใหญ่ให้งดบุหรี่หลังผ่าตัด 1 เดือน)

2 งดยากลุ่มแอสไพริน (aspirin) หรือไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) เช่น ยารักษาโรคไซนัส ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของยาดังกล่าว อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อลดอาการฟกช้ำจากปัญหาเลือดคั่งหลังการผ่าตัด หากจำเป็นให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการแก้ปวดเท่านั้น

3 งดยา สมุนไพร และอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามิน E และ C อย่างน้อย 10 วัน เนื่องจากทำให้เลือดหลุดไหลยาก และเป็นอุปสรรคในการทำผ่าตัด เช่น ผงชูรส กระเทียม หัวหอม ถั่วเหลือง อีฟนิงพริมโรส ยาลดความอ้วน ยาต้านอาการซึมเศร้า อัลมอนด์ แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลเบอรี่ แตงกวา ขิง มะเขือเทศ

4 แจ้งประวัติการแพ้ยา อาหารเสริมที่รับประทานอยู่ และโรคประจำตัว

5 งดทั้งน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด

6 การทำหน้าอก ดูดไขมัน ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน

7 ลาหยุดประมาณ 4 วัน และควรมีเพื่อนดูแลตลอดคืน (admit 1 คืน)

8 หากคนไข้อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ให้นำบิดาหรือมารดามาเซ็นยินยอมอนุญาตให้บุตรเข้ารับการผ่าตัด

การดูแลหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกและลดขนาดหน้าอก

1 หลังการผ่าตัดในคนไข้บางรายจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเนื่องจากอาการแพ้ยาสลบ

2 ค้างคืนที่โรงพยาบาลหรือคลินิก 1 คืนกรุณาปฏิบัติตามคำแนะนำของพยาบาลอย่างเคร่งครัด

3 ในช่วง2-3วันแรกไม่ควรขยับตัวมาก ควรใช้วิธีการเช็ดตัวในการทำความสะอาดร่างกาย สำหรับวันที่ 7 เป็นต้นไปแผลจะแห้งและสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ โดยคนไข้ไม่ต้องทำแผลเองเลยจนกว่าจะมาตรวจซ้ำตามแพทย์นัดครับ

4 การยกของหนักควรหลีกเลี่ยงในช่วง 1 เดือนแรก และอาการแขนไม่มีแรงเป็นเรื่องปกติ แพทย์จะแจ้งวิธีการบริหารแขนให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติเอง

5 ต้องพันผ้าที่แพทย์พันให้ตลอดเวลา ให้แน่นในระดับที่สามารถหายใจได้เป็นเวลา 2 สัปดาห์

6 ห้ามใส่ยกทรงโครงเหล็ก หรือสามารถใส่ sport bar ได้เป็นเวลา 2 สัปดาห์

7 การนวดหน้าอกให้นิ่มเป็นธรรมชาติต้องเริ่มนวดตั้งแต่วันที่มาตรวจซ้ำ โดยแพทย์จะเป็นผู้สอนวิธีการนวดที่ถูกต้อง ต้องนวดต่อเนื่องทุกวันวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที เป็นเวลา 6 เดือน หลังจาก

6 เดือนไปแล้วนวดวันเว้นวันได้จะดีมาก (กรณีลดขนาดหน้าอกไม่ต้องนวด)

8 ต้องมาตรวจซ้ำตามใบนัด หากมีอาการผิดปกติใดๆแพทย์จะสามารถแก้ไขได้ทันเวลา หากมีปัญหาแล้วไม่มาตามนัดอาจไม่สามารถแก้ไขได้ครับ

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ธีระธรฌ์คลินิก 02-692-5499, 088-959-5924

เพราะความงาม ต้องให้ “ผู้เชี่ยวชาญ” ดูแล

โดยหมอกันน์ รัฐรุจน์ บารมีไชยภัสร์

การดูแลตัวเองหลังตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

 

การดูแลตัวเองหลังทำปากกระจับ