เกี่ยวกับธีระธรฌ์คลินิก บทความน่ารู้จากคุณหมอกันน์ บทความน่ารู้จากคุณหมอกันน์ (คลิ๊ก) เกร็ดเคล็ดลับการรักษาสิว

By Dr.Gunn

หลายคนสงสัยว่าเจ้าสิวอุดตันนั้นมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เป็นเพราะเราสกปรกเกินไปอย่างนั้นหรือ จริงๆ แล้วเจ้าสิวอุดตันนั้นมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันทำการสร้างน้ำมันมากเกินไปนั่นเอง โดยสิ่งที่ควบคุมการผลิตน้ำมันบนใบหน้าก็คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน(androgen)เมื่อเจ้าต่อมนี้ผลิตน้ำมันออกมาเยอะจนเหลือใช้แล้วตกค้างอยู่ในรูขุมขน มันก็จะไปรวมตัวกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เหตุนี้เองจึงทำให้น้ำมันนั้นข้นหนืดจนระบายออกไปไม่ได้ แต่ส่วนที่ระบายออกมาได้เราก็จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าหน้าจะมันแผล็บหรือเยิ้มไปด้วยน้ำมัน แล้วเวลาที่หน้ามันมาก ๆ จึงทำให้บางคนหันมาใช้กระดาษซับมันซับหน้าทั้งวัน เพราะคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่จะช่วยกำจัดความมันออกไปได้ แต่รู้มั้ยว่าการทำแบบนี้จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ถ้าเลี่ยงได้ก็ขอให้เลี่ยงครับ

ถ้าพูดถึงฮอร์โมน เราจะไปโทษฮอร์โมนอย่างเดียวก็ดูจะไม่เป็นธรรมนัก เพราะนอกจากสาเหตุนี้ที่ทำให้เกิดสิวอุดตันแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้นมาได้ เช่น เรื่องของความเครียด ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในช่วงใกล้หมดประจำเดือน การแพ้เครื่องสำอาง ปัญหาผิวแพ้ง่าย การล้างหน้าไม่สะอาด จากยาสเตียรอยด์ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ

วิธีล้างหน้า

การล้างหน้าที่ถูกต้องช่วยลดการเกิดสิวได้จริง

เพราะขนทำองศากับผิว การลูบหน้าขณะล้างหน้าควรไปในทิศทางกับขนจะทำให้ไม่มีสิ่งแปลกปลอมไปอุดตันผิว

การรับประทานของหวาน

การรับประทานของหวานบ่อยๆหรือปริมาณมากๆจะทำให้ร่างกายเกิดความเครียด เพราะว่าจำเป็นต้องเร่งการใช้พลังงานและเก็บสะสม จึงทำให้เกิดภาวะฮอร์โมนแปรปรวน ทำให้สิวขึ้น

ภาวะความเครียดทำให้สิวขึ้น

ภาวะความเครียดทำให้ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียดหลั่งสูงมากขึ้น ทำให้ฮอร์โมนของร่างกายแปรปรวน

การรักษาสิว

การรักษาสิวขึ้นกับชนิดของสิว และความรุนแรงของสิว การเลือกใช้ยาก็เช่นเดียวกัน การรักษาสิวจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 6 สัปดาห์จึงจะบอกว่าไม่ได้ผล

ยาทารักษาสิว

- ยาทารักษาสิวจะทาบริเวณที่เกิดสิว มิใช่ทาเฉพาะหัวสิว หากเป็นบริเวณกว่างก็อาจจะจำเป็นต้องใช้ยารับประทาน

- Salicylic acid 10% is similar in action to retinoids.

- Azelaic acid มีการระคายเคืองน้อย แต่อาจจะทำให้เกิดผิวสีเปลี่ยนบริเวณที่ทา

- สำหรับผู้ที่เป็นสิวมีหนองเล็กน้อยอาจจะใช้ยาbenzoyl peroxideซึ่งจะลดการสร้างไขมัน และยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย

- ยาทาปฏิชีวนะ

ได้แก่ erythromycin, clindamycin และ tetracycline

ใช้ยาเป็นเวลานานอาจจะเกิดเชื้อดื้อยาจึงต้องผสมกับยา benzoyl peroxide เพื่อลดอาการดื้อยา

-ยาทา retinoids:

ได้แก่ยา isotretinoin, tretinoin or adapalene จะลดการเกิดสิว และลดการเกิดอักเสบ

ระหว่างการใช้ยานี้ห้ามออกไปตากแดดเพราะจะทำให้เกิดการระคายเคือง Adapalene เป็นยาที่มีการระคายเคืองน้อยที่สุด

แม้ว่าการดูดซึมจะน้อยแต่ก็ไม่ควรใช้ในคนท้อง

ยารับประทานรักษาสิว

- การใช้ยารับประทานเพื่อรักษาสิวจะต้องใช้เวลาหลายเดือนจึงจะได้ผล ดังนั้นจะต้องรับประทานยาอย่างน้อย 3 -4 เดือนจึงจะเห็นผล

- สามารถที่จะใช้ยารับประทานรักษาสิวร่วมกับยาทารักษาสิว

- ผู้ที่มีผิวคล้ำควรจะได้รับยารับประทานให้เร็วเพราะเมื่อสิวหายจะเกิดจุดดำบริเวณที่สิวเกิด

- ยาปฏิชีวนะยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน ได้แก่ยา erythromycin,Tetracyclines  ยาปฏิชีวนะจะให้กับผู้ที่เป็นสิวรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมากจะให้ระยะเวลาไม่เกิน 3-4 เดือนเพื่อลดการดื้อยา หลังจากสิวดีขึ้นจะลดการใช้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน และใช้ชนิดทาแทน

ยารับประทานปฏิชีวนะจะได้ผลดีในสิวที่เป็นหนอง

ยาปฏิชีวนะที่ใช้บ่อยคือ doxycycline minocycline Clindamycin

- ยาฮอร์โมน

โดยการรับประทานยาคุมกำเนิดก็สามารถรักษาสิวได้ oral contraceptive

ยาคุมกำเนิดที่มีส่วนผสมของ norethisterone ไม่ควรจะใช้เนื่องจากมีฤทธิ์ของ androgenic

Spironolactone ได้ผลดีสำหรับผู้สูงอายุ

- Oral isotretinoin ยาอนุพันธ์ของวิตามินเอ Isotretinoin ใช้รักษาสิวชนิดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีปกติ การใช้ยานี้จะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผิวหนังโดยใกล้ชิดเนื่องจากมีผลข้างของยามาก และอาจจะทำให้ทารกเกิดมาพิการหากได้ยานี้ในระหว่างการตั้งครรภ์

ยา retinoid isotretinoin จะลดการสร้างไขมัน

การรักษาด้วยยานี้จะต้องติดตามโดยใกล้ชิดเนื่องจากยานี้มีผลข้างเคียง

อาการข้างเคียงที่สำคัญคือ ผิว ริมฝีปาก และตาแห้ง ไขมันในเลือดสูง ปวดกล้ามเนื้อเวลาออกกำลังกาย

อาจจะทำให้ทารกพิการแต่กำเนิดจึงไม่ควรให้กับคนตั้งครรภ์ ดังนั้นจะต้องคุมกำเนิดระหว่างที่รับประทานยานี้

ผู้ที่รับยานี้อาจจะมีอาการซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน มีความคิดจะทำร้ายตัวเอง

การรักษาสิวโดยไม่ใช้ยา

-  comedone extractor การใช้เครื่องมือเพื่อกดหัวสิว ใช้กับสิวหัวดำ และสิวหัวขาว

- chemical peels การใช้ครีมลอกหน้าเพื่อลอกเอาผิวส่วนหน้าออก และมีเซลล์ใหม่แทนที่เซลล์เดิม

- การใช้ Laser และแสง light therapy การใช้ Laser และ lightเป็นการรักษาที่ชั้นลึกของผิวหนังโดยที่ไม่ทำลายส่วนบนของผิวหนัง โดยเชื่อว่าจะทำให้ต่อมไขมันสร้างไขมันลดลง สำหรับการใช้แสงเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการอักเสบ

- การลอกผิวเช่นการใช้สารเคมี หรือการขัดผิว microdermabrasion ซึ่งใช้ในการลบรอยย่น ตีนกา หรือแผลเป็นเล็กๆ ก็สามารถนำมาใช้รักษาสิวได้

ทางธีระธรฌ์คลีนิก มีความห่วงใยสุขภาพและการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะความงาม ต้องให้ ”ผู้เชี่ยวชาญ” ดูแล